วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่ 7

                            การออกแบบกิจกรรมเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี

พัฒนาการเด็กอายุวัย 1 ปี

ต้องพาเด็กเดินเล่นบ่อยๆ ฝึกให้หัดพูดเป็นคำจากสภาพแวดล้อมรอบข้างของเด็ก สอนให้เด็กหัดร้องเพลงตามจังหวะ หัดให้เด็กฝึกกินอาหารด้วยช้อน ดื่มน้ำจากแก้ว สอนให้เด็กรู้จักใช้อวัยวะในร่างกาย สอนให้เด็กฝึกเขียนด้วยดินสอ

พัฒนาการเด็กอายุวัย 2 ปี

สอนให้หัดเล่นบอล หัดให้ดูหนังสือ ฝึกให้เด็กพูดซักถามให้ตอบ สอนให้รู้จักสีและจำนวน ให้ขีดเขียนรูปกากะบาดและวงกลมให้ต่อแท่งไม้

พัฒนาการเด็กอายุวัย 3 ปี

ส่งเสริมให้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง การวอ่งเล่น การเข้าสังคม การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ฝึกหัดให้ขีดเขียน ฝึกให้ช่วยเหลือตนเอง ฝึกหัดให้เด็กขับถ่าย ฝึกให้ควบคุมตนเองเวลาโกรธ โมโห สอนให้รักการอ่าน สอนให้รู้จักแบ่งปัน.



วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

งานครั้งที่ 2

1.การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่

   การเลี้ยงดูที่ผู้ปกครองเปิดโอกาสให้เด็กได้ลองเรียนรู้ ได้ลองทดลองทำสิ่งต่าง ๆ รวมถึงเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ตัดสินใจด้วยตัวเองโดยมีการวางกรอบ หรือกฎกติกากว้าง ๆ ให้เด็กทำตาม เพื่อให้ความคิด และการแสดงออกทางพฤติกรรมของพวกเขายังอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับของสังคม ผู้ปกครองที่มีการเลี้ยงดูเด็ก ๆ ในรูปแบบนี้ มักจะมีความคาดหวังในตัวของเด็ก ๆ สูง แต่จะไม่เคร่งครัดกับเด็กจนมากเกินไป และจะมีการมอบความรัก ความห่วงใย รวมถึงให้การดูแลเอาใจใส่ต่อเด็ก ๆ ได้อย่างเหมาะสม เด็กเติบโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะส่งผลให้พวกเขากลายเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง มองโลกในแง่ดี  มีความสุข และสามารถควบคุมจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ เมื่อเจอปัญหา และอุปสรรคพวกเขาจะสามารถก้าวข้ามผ่านสิ่งเหล่านั้นได้ในท้ายที่สุด

2.การอบรมเลี้ยงดูแบบเข้มงวด

    การเลี้ยงดูที่ผู้ปกครองมีความเข้มงวดต่อเด็กเป็นอย่างมาก มีการวางระบบ และกฎเกณฑ์ที่เด็กต้องทำตามอย่างชัดเจน และต้องการให้เด็ก ๆ ทำตามโดยไม่มีข้อแม้ และผู้ปกครองที่อยู่ในกลุ่มนี้แทบจะไม่มีการอธิบายถึงเหตุผลให้เด็ก ๆ ฟังเลยว่าเพราะอะไรพวกเขาถึงต้องทำตามกฎเกณฑ์เหล่านี้ ทำไปแล้วจะเกิดผลดีอะไรกับพวกเขาบ้าง หรือหากไม่ทำตามจะส่งผลเสียอะไรต่อตัวของพวกเขา เด็กเติบโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูด้วยสภาพแวดล้องเช่นนี้จะส่งผลให้พวกเขากลายเป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย แต่มีความก้าวร้าวซ้อนลึกอยู่ภายใน เป็นเด็กขี้อาย ขี้กลัว รวมถึงเป็นเด็กที่ปรับตัวได้ยากเมื่อต้องพบเจอสภาพแวดล้อม หรือสภาพสังคมใหม่ ๆ แถมเด็ก ๆ เหล่านี้จะมีความอ่อนไหวทางอารมณ์ค่อนข้างสูง

 3.การอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ

     การเลี้ยงดูที่ผู้ปกครองที่ผู้ปกครองให้ความรัก และการสนับสนุนต่อตัวของเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก และจะไม่มีการกำหนดขอบเขตของการสนับสนุนต่อตัวเด็ก ๆ ผู้ปกครองในกลุ่มนี้จะพยายามหาทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกต้องการมาให้โดยไม่มีข้อแม้ เมื่อมีการตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาก็ไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์เหล่านั้นกับเด็ก ๆ ได้เนื่องจากความใจอ่อนของตัวเอง เด็กเติบโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้จะส่งผลให้พวกเขากลายเป็นคนที่ไม่มีระเบียบวินัยในตัวเอง ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่รู้จักการเสียสละ เพราะพวกเขาเคยเป็นแต่ผู้รับเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถอดทนรอคอยอะไรนาน ๆ ได้ มีการยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ยาก

4.การเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย

   การเลี้ยงดูที่ผู้ปกครองจะไม่ค่อยให้ความสนใจ ใส่ใจ หรือไม่ค่อยได้ตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก ๆ เวลาที่เด็ก ๆ ต้องการพูดคุย หรือถามในสิ่งที่ตนเองสงสัย ผู้ปกครองในกลุ่มนี้จะไม่ค่อยได้ให้ความสนใจในการพูดคุย และตอบข้อสงสัยเหล่านั้นของเด็ก เมื่อลูกมีพัฒนาการที่ยังไม่เหมาะสมกับช่วงวัย หรือมีพฤติกรรมบางอย่างที่ควรได้รับการแก้ไข ก็ไม่มีความสนใจที่จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขพฤติกรรมเด็กเติบโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้จะส่งผลให้พวกเขากลายเป็นคนที่ มองโลกในแง่ร้าย เป็นคนเก็บกด อาจมีปัญหาด้านพัฒนาการ มองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ไว้วางใจผู้อื่น และอาจเสี่ยงมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะในอนาคตได้

 

กิจกรรมของเล่น

                กิจกรรมรถของเล่น  เด็กได้รับอะไรจากของเล่นนี้ -เด็กได้รู้จักการเคลื่อนที่ของรถของเล่น  รู้จักแรงลมที่ทำให้รู้ทิศทางว่าต้องไป...